รีวิว ที่เที่ยว ที่พักเขาใหญ่ (ลาลา มูก้า Lala Mukha Tented Resort / หอดูสัตว์หนองผักชี)

เบื่อโรงแรมแล้ว นอนไหนดีอ่ะ ..


20151130-DSC06803

ในประเทศไทยที่ปกติจะมีแค่หน้าร้อน และร้อนสุดๆ (ฮ่า)

เขาใหญ่ตอนนี้จะไปกางเตนท์ก็ร้อน จะนอนโรงแรมก็เบื่อตึกคอนกรีตจัง มาเที่ยวภูเขาทั้งที

สุดท้ายเราก็ตกลงปลงใจกับรีสอร์ทแนวธรรมชาติ ที่ลงตัวกับความต้องการของเราสุดๆ

ที่ Lala Mukha Tented Resort นี่เอง เพลินๆกับนั่งตากลม ดูดาวจิบน้ำหวาน ท่ามกลางแสงจากตะเกียงแคมป์ปิ้ง

ไหนๆ จะแชร์ประสบการณ์ที่พักแล้ว ขอแชร์ที่เที่ยวในเขาใหญ่ไปด้วยแล้วกันนะ ^^


วันที่ 30 พย 2558 (ลมหนาวยังไม่พัดมา..)

ก่อนจะเดินทางจากกรุงเทพเข้าสู่ที่พัก Lala Mukha ขับรถมาง่วงๆ อยากได้คาเฟอีนเข้าเส้นซักหน่อย (จากกรุงเทพขับรถเข้าสู่ถนนมิตรภาพ(2) เลี้ยวเข้าทางหลวงชนบท นครราชสีมา 1016 ) โดยส่วนตัวเราชอบถนนเส้นนี้มาก ไม่ใช่เส้นใหญ่มาก มีวิวสวยๆ ยิ่งช่วงนอกเทศกาลยิ่งชิลไปใหญ่ รายทางก็มีร้านอาหารเปิดใหม่ กับรีสอร์ทเพียบ (เส้นเดียวกับ escape เขาใหญ่ กับบ้านแสนดาว)

ความตั้งใจแรกของเราคือการไปกินร้านเป็นลาว แหล่งความแซ่บชื่อดังย่านเขาใหญ่ ด้วยความที่ไปวันจันทร์ ร้านปิดจ้า .. อดกิน ในความโชคร้ายของเรายังมีความโชคดี เราได้ค้นพบร้านกาแฟที่กำลังจะเปิด (คือตอนไปยังไม่เปิด ช่างยังเข้าไซท์กันอยู่เลย)

20151229-thumb_IMG_8856_1024ชื่อร้าน The Birder’s Lodge ตอนนั้นยังไม่มี location ขึ้นใน google เลย ถ้าหลงทางหาไม่เจอให้เลือกที่ร้านเป็นลาวนะ แล้วข้ามมาฝั่งตรงข้าม สังเกตุไม่ยาก เลี้ยวเข้ามามีลานจอดรถให้ด้านหน้าร้าน

20151229-thumb_IMG_8843_1024ทั้งภายในภายนอกร้าน The Birder’s Lodge  ตกแต่งด้วยไม้สน เฟรมหน้าต่างเหล็ก แล้วก็หัวสัตว์สตัฟ (ของจริงรึเปล่าอันนี้ไม่รู้นะ 555) ได้บรรยากาศธรรมชาติดี

20151229-thumb_IMG_8841_102420151229-thumb_IMG_8850_1024วิวชั้น 2 ของ The Birder’s Lodge  นี่พีคมาก โห ชิวมากเลย นึกว่าวาร์ปมาเกาหลี ช่วงอากาศดีๆนี่ นั่งเอาท์ดอร์สบาย

20151229-thumb_IMG_8855_1024


หลังจากเติมคาเฟอีน ชมวิว พักผ่อนจนเต็มอิ่มที่ The Birder’s Lodge กันแล้ว บนถนนเส้นเดียวกันมุ่งหน้าเข้าที่พัก Lala Mukha Tented Resort แต่ป้ายแอบหายากนิดหน่อย (ระวังขับเลย) ด้านในที่จอดเพียบสบายๆ หลังเช็คอินที่ล็อบบี้ก็จะมีรถกอล์ฟพาเราและสัมภาระไปส่งที่ห้องพัก

20151130-DSC06733

คอนเสปของ Lala Mukha คือ เป็นที่รีสอร์ทแนวธรรมชาติ ผสมผสานกับแนวแอฟริกันเข้าไป ใครตาดีๆจะเจอรูปปั้นสัตว์ต่างๆ อยู่ในแต่ละจุด มองจากห้องอาหารจะเจอบึงน้ำขนาดใหญ่แล้วก็มีกลุ่มเตนท์เรียงรายกันเป็นโซนๆไป แบล็คกราวน์ด้านหลัง ก็ภูเขา ซ้ายก็ภูเขา ขวาก็ภูเขา เอาเป็นว่าภูเขารอบด้าน Lala Mukha กันเลย ฟิน ฮ่าๆๆ

20151130-DSC06731ห้องพักที่ lala mukha จะมี 2 แบบ ทั้งมีห้องน้ำในตัว กับใช้ห้องน้ำรวม ด้วยความอยากลองของ เห็นในเวปห้องน้ำก็ดูดีนี่นา ! ของจริงดีกว่าที่คิดอีกแฮะ20151130-DSC06667

นี่ห้องน้ำ ใหญ่เบ้อเริ่ม แยกฝั่งหญิงชายชัดเจน ตอนกลางคืนทางเดินก็สว่างสบายๆนะ ไม่มีหลง

20151130-DSC06668ก่อนเข้าห้องน้ำก็เปลี่ยนรองเท้าแตะที่ทางเข้า อ่างล้างมือก็ดูดี สบู่ ทิชชู่พร้อม

20151130-DSC06670ในส่วนของห้องอาบน้ำก็จะแยกจากห้องส้วม แถมยังมีให้เลือกว่าจะอาบแบบ indoor หรืออยากอาบน้ำท่ามกลางแสงจันทร์แบบ outdoor ก็จัดไปนะ ฮี่ๆ

20151130-DSC06671 ส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน ชั้นวางของ ตะขอแขวนผ้า สบู่ ยาสระผม Lala Mukha เค้าจัดเตรียมให้ครบเครื่องงง20151130-DSC06674ห้องอาบน้ำโซนเปียก มีน้ำแรงๆ ฝักบัวก้านแข็ง มีน้ำอุ่นให้อาบนะ ไม่ต้องกลัวหนาว

20151130-DSC06677

มีส่วนแต่งตัวแยกไว้อีกต่างหาก หลังอาบน้ำเสร็จ ถุงพลาสติก ไดร์เป่าผม คัตตันบัด และน้องยีราฟ

20151130-DSC06682ไม่ห่างจากห้องน้ำรวมมากนัก เดินมาก็เจอกับสระว่ายน้ำ พร้อมเก้าอี้ไว้นั่งเอกเขนกรับลม ชมภูเขา

20151130-DSC06683ริมสระด้านในก็มีของกินเล่นไว้บริการด้วย กินกันเพลินๆ

20151130-DSC0674920151130-DSC06686แว๊บมาดูตรงส่วนที่พักของ Lala Mukha กันบ้าง ตอนนี้แดดแรงโคดเลยบ่องตง ลักษณะจะเป็นเตนท์เรียงกันเป็นกลุ่มๆ ไม่เดิน 5 หลัง มีชานด้านนอกไว้นั่งเล่นกัน (ตอนแดดร่มๆ..)

20151130-DSC06691ด้านในก็มาตรฐานเลย ทีวี ตู้เย็น ตู้เซฟ รองเท้าแตะ น้ำเปล่า ที่สำคัญมินิบาร์ฟรีทุกอัน !!20151130-DSC06694เสียอย่างเดียวคือ ไม่มีโทรศัพท์จ้า จะเอาอะไร คือต้องใช้มือถือ ..20151130-DSC06695เตียงนอน อุ่นๆ (ยิ่งตอนกลางวันจะอุ่นมาก 555 เพราะเตนท์ผ้าใบมันกันความร้อนไม่ดีเท่าตึกคอนกรีตอยู่แล้ว ในห้องเลยมีแอร์ให้ตัวใหญ่มากชดเชยกันไป)20151130-DSC06703พอแดดร่มก็ถึงเวลาออกมานั่งชิว สำหรับอาหารเย็นที่ Lala Mukha จะมีชุดบาร์บีคิวให้ หมู เนื้อ ไก่และกุ้ง โดยส่วนตัวถ้าขี้เกียจออกไปหาอะไรทานข้างนอก ก็จัดมันซะที่นี่แหละ แต่ก็รู้สึกเฉยๆกับอาหาร ไม่ได้อร่อยจนว้าว และไม่เอามาเสิร์ฟหน้าเตนท์นะ ต้องเดินไปกินที่ห้องอาหาร (รอนานมากด้วยความเข้าใจผิดกับพนักงานเช็คอิน เลยไม่ค่อยประทับใจเรื่องนี้เท่าไร)20151130-DSC06752

วิวจากเตนท์ที่เราพัก สีเขียวทำให้เราผ่อนคลายจริงๆ 20151130-DSC06720ตกดึก อิ่มแล้วก็หาอะไรจิบ เปิดเพลงคลอชิวๆ นั่งดูดาว สูดกลิ่นธรรมชาติกันให้เต็มปอด20151130-DSC06805การดูดาว เป็นไม่กี่เรื่องที่ถึงจะดูไม่เป็นแต่ก็ยังรู้สึกดี

20151130-DSC06801


ตอนเช้าเช็คเอาท์จาก Lala Mukha กันเรียบร้อย เราก็เดินทางไปยัง ทุ่งดอกทานตะวันชื่อดังแห่งนครราชสีมา  ใหญ่สุดของภาคอีสาน ชื่อ “ไร่มณีศร” นี่เอง ช่วงแรกๆที่เปิดให้เข้าชมไม่นาน ไร่มณีศรยังไม่มี location ใน google map ถ้าใครหาไม่เจอให้เซิซไปที่ แพนเธอร์ครีค รีสอร์ท นะ ตามไปโลด ไม่มีหลง

20151201-DSC06822หลุดเข้ามาครั้งแรก ต๊กกะใจ อลังการงานสร้างมากท่านผู้ชม เหลืองสุดลูกหูลูกตา และต้นสูงมาก หลังคารถตู้แพลมมานิดเดียว ตามข้อมูลคือ ไร่มณีศร นี้ ขนาดใหญ่ถึง 540 ไร่กันเลยทีเดียว จากไร่ข้าวโพดที่ประสบภัยแล้ง เลยกลายมาเป็นทุ่งทานตะวันแทน แต่ก็ไม่ได้เก็บค่าเข้าชมแพงเลย ช่วยๆกันบำรุงสถานที่คนละ 20 บาทนะ 20151201-DSC06825ด้านหลังดอกทานตะวัน (ใครเค้าถ่ายกัน) มาดูดอกทานตะวันต้องมาแต่เช้า ไม่งั้นจะเจอหน้างอ คอหัก หมดสวยกันพอดี

20151201-DSC06839อลังการงานสร้าง สำหรับที่จอดรถ สามารถจอดปะๆ ได้ริมทางในไร่มณีศร แต่ระวังดอกทานตะวันเสียหายกันด้วย พอด้านหน้าใกล้ทางออก ก็จะมีผลิตภัณฑ์จากทานตะวันอยู่ ใครชอบก็แวะซื้อกันได้ จากเกษตรกรไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง

20151229-thumb_IMG_9764_1024แวะชมไร่เสร็จ มาเขาใหญ่ทั้งที จะไม่ขึ้นเขากันได้ไง มุ่งหน้าเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กันเลยดีกว่า ถนนเขียวสองข้างทาง ขับรถด้วยความไม่ประมาทระวังสัตว์ข้ามถนนกันด้วยนะ ที่เราจะไปคือ “หอดูสัตว์หนองผักชี” ปักหมุดไว้ในแผนที่ได้เลย เข้ามาถึงแล้วจอดรถได้ด้านหน้า ออกแรงเดินกันเล็กๆ 30 นาที เดิมชมธรรมชาติกันหน่อย

20151201-DSC06855จากหอดูสัตว์หนองผักชี จะห่างจากที่จอดรถเกือบๆ 1 กิโล ที่มาคือ “แต่เดิมเคยมีชาวบ้านขึ้นมาจับจองพื้นที่อาศัยอยู่บนเขาใหญ่ และถางป่าเพื่อปลูกพืชผักบางอย่าง เช่น ผักชี พริก เป็นต้น โดยอาศัยแหล่งน้ำคือหนองผักชีนี้เพื่อการเกษตรกรรม เมื่อทางการได้สั่งให้อพยพออกจากเขาใหญ่ พื้นที่ที่เคยปลูกพืชก็ถูกทิ้งร้างมีหญ้าขึ้นสูงเป็นแหล่งอาหารให้กับสัตว์กินพืชซึ่งจะลงมากินหญ้าที่บริเวณนี้เป็นประจำ ทางอุทยานแห่งชาติจึงได้สร้างหอดูสัตว์หนองผักชีเพื่อใช้ดูสัตว์ที่ลงมากินหญ้า”

20151201-DSC06858 ถ้าใครอยากเจอสัตว์ป่าตามธรรมชาติออกมาหากินจริง ต้องใช้ความอดทนหน่อย ต้องมากันช่วงเช้าตรู่กับตอนเย็นๆ ที่สัตว์ป่า กวาง กระทิง ช้างป่า จะออกมาหากินบริเวณลานทุ่งหญ้าและมากินน้ำตรงบ่อน้ำ (อ้อ ที่นี่ห้ามนำอาหารเข้ามานะ เดินพกน้ำแก้คอแห้งกันมาอย่างเดียวพอ ถ้าสัตว์เคยชินจากการ กินขยะของคนที่มาทิ้งไว้แล้ว ระบบนิเวศน์ก็อาจจะเสียหายได้)

20151229-thumb_IMG_9766_1024

แดดแรงนิดหน่อย แต่ลมพัดเรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน เก็บความเขียวกลับบ้านไปให้เต็มปอด20151201-DSC06873ระหว่างทางแวะพักจิบกาแฟกันหน่อยที่อ่างเก็บน้ำสายศร จะเป็นทางผ่านระหว่างไปน้ำตกเหวสุวัตพอดี20151229-thumb_IMG_9770_1024น้ำตกเหวสุวัตจะอยู่ที่สุดทางพอดี ใครอยากเห็นชัดๆ ก็ออกแรงหน่อยเดินลงมาข้างล่าง ให้ตัวโดนละอองน้ำกันเล็กๆ 20151201-DSC06884

ช่วงหน้านี้ ไม่ค่อยมีน้ำเท่าไร แถมแล้งอีกตะหาก น้ำตกเหวสุวัตเลยกร่อยๆพอควร แต่ก็ทำให้ชื่นใจได้ในระดับนึง ก่อนจะกลับบ้านไปทำงานกันต่อไป 20151201-DSC06891


ขอบคุณข้อมูลจาก


item :

  • ภาพจากกล้อง sony  7r/28-70
  • ภาพจาก iphone 6
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s