รีวิว เกาะนาโอชิม่า Naoshima, เตชิม่า  Teshima 2016

พาไปเที่ยวเกาะนาโอชิม่า (Naoshima Isalnd), เตชิม่า  (Teshima Island) และเทศกาลศิลปะ Setouchi Triennale art festival 2016


มาทำความรู้จักกับเกาะนาโอชิม่า (Naoshima), เตชิม่า (Teshima) แบบเล็กๆน้อยๆกันก่อน

  • เกาะนาโอชิม่า (Naoshima) และเตชิม่า (Teshima) เป็นเกาะเล็กๆที่อยู่ในเขตจังหวัดคางาวะ Kagawa ซึ่งอยู่ค่อนไปทางโซนใต้ของญี่ปุ่น เป็นเกาะที่มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะ, สถาปัตยกรรม และผลงานศิลปะร่วมสมัย แฝงตัวอยู่ตามสถานที่ต่างๆบนเกาะ พร้อมบรรยากาศที่สวยงาม เงียบสงบ มีชายหาดให้เดินเล่นด้วย และทุกๆ 3 ปี จะมีเทศกาลศิลปะ Setouchi Triennale art festival  เป็นเทศกาลศิลปะนานาชาติที่จัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยบนหมู่เกาะบริเวณทะเล Setouchi มีทั้งหมด 4 เกาะย่อย คือ Noashima, Teshima, Ogijima, Megijima โดยในปีเทศกาล จะมีจัดแสดงผลงานศิลปะ 3 ครั้ง ตามฤดูกาลเป็นเวลา 108 วัน โดยจะแบ่งเป็น 3 ฤดูกาลดังนี้
  • ฤดูใบไม้ผลิ 20 มีนาคม-17 เมษายน 2016
  • ฤดูร้อน 18 กรกฎาคม-4 กันยายน 2016
  • ฤดูใบไม้ร่วง 8 ตุลาคม-6 พฤศจิกายน 2016

ซึ่งเราเลือกไปช่วง 3-4 พ.ย. 2016 ตรงกับช่วงฤดูใบไม้ร่วงพอดี กำหนดการของเราคือ อยู่ค้างคืนบนเกาะนาโอชิม่า  1 คืน ตื่นมาเที่ยวบนเกาะนาโอชิม่าต่อ สายๆข้ามเรือไปเกาะเตชิม่า แล้วกลับเข้าโอซาก้าตอนเย็น

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

การเตรียมตัวก่อนเดินทาง

  • ซื้อตั๋ว JR KANSAI Wide Area Pass จากประเทศไทย เนื่องจากลองคำนวณค่าตั๋วรถไฟ ไป-กลับ จากสนามบินไปท่าเรือ Uno ค่อนข้างแพง บวกกับเรามีแพลนจะเที่ยวในโอซาก้าต่ออีก 2 วัน 1 คืนด้วย ซื้อบัตรนี้ถือว่าคุ้มกว่ามาก เหมาจ่าย 5 วัน ราคา 8,500 เยน
    (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://jtbthailand.com/th/japan-rail-pass/jr-kansai-pass/#  )
    kansai-wide-area-pass
  • เช็คตารางเดินเรือ ไปเกาะนาโอชิม่าและเตชิม่า ได้ที่
    http://benesse-artsite.jp/en/access/#access-island
    http://kagawa-th.blogspot.com/
  • ซื้อซิม 3G ไว้ใช้ติดต่อ หาข้อมูล ค้นหาเส้นทางในญี่ปุ่น เราซื้อแพคเกจ ราคา 1000 บาท/ 7 วัน

เริ่มเดินทางกันดีกว่า

เราเลือกลงเครื่องที่สนามบินคันไซ โอซาก้าแล้วต่อรถไฟไปลงสถานี Uno ใช้เวลาประมาณ 2 ช.ม.กว่า ต่อทั้งรถชินคันเซน, รถไฟท้องถิ่น จัดตารางและศึกษาเส้นทางดีๆนะ ตรวจสอบเส้นทางรถไฟได้ที่ http://www.hyperdia.com/

และแล้วก็ถึงสถานี Uno ซึ่งเป็นสถานีที่ใกล้ท่าเรือ Uno ที่สุด เรารีบหาล็อคเกอร์สำหรับฝากกระเป๋าใบใหญ่ที่สถานี Uno โดยแยกกระเป๋าใส่เสื้อผ้าใบเล็ก สำหรับค้างคืนบนเกาะ 1 ใบ หลังจากนั้น เดินข้ามถนนไปท่าเรือ Uno เพื่อซื้อตั๋วเรือไปลง Miyanoura Port ( 290 เยน) และบัตร Triennale Passport (5,000 เยน) ซึ่งบัตร Passport นี้สามารถเข้าชมงานต่างๆบนเกาะทั้ง 4 เกาะได้ฟรีเกือบทั้งหมด จะ มีเสียค่าเข้าเพิ่มบ้างในบางสถานที่ที่ระบุไว้ในบัตร

หมายเหตุ : การเดินทางไปเกาะนาโอชิม่า ยังมีท่าเรืออื่นอีกนอกจากท่า Uno สามารถเลือกท่าเรือขึ้นและลงตามความเหมาะสมของเส้นทางและเวลา เรือโดยสารมีทั้งเรือเฟอรี่, เรือสปีดโบ้ท

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เราซื้อตั๋วเรือรอบ 13.30 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาทีก็ถึงแล้ว เรือโดยสารที่เราขึ้นเป็นเรือเฟอรี่ ขนาดใหญ่ มีดาดฟ้ากว้างขวางและที่นั่งเหลือเฟือ สบายยย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เมื่อถึงท่าเรือ Miyanoura บนเกาะนาโอชิม่า ก็จะเจอผลงานประติมากรรม “Red Pumpkin” ฟักทองสีแดงลายจุด ซึ่งเป็นผลงานของ Yayoi Kusama

img_8106-1

ลายจุดนี้นอกจากจะให้เราเข้าไปโผล่เป็นหนอนไชฟักทองแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นช่องแสงสีด้วยนะ น่ารักเนอะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หลังจากได้ทักทายฟักทองแดงแล้ว เราก็เดินข้ามถนนไปหาร้านเช่าจักรยานแบบค้างคืนที่ Cafe Ougiya แนะนำให้เช่าจักรยานแบบมอเตอร์ จะช่วยเบาแรงได้มากทีเดียว  ส่วนเราได้จักรยานธรรมดามา เนื่องจากจักรยานมอเตอร์หมด ผ่าง! ใครไม่สะดวกขี่จักรยาน บนเกาะก็มีรถบัสให้บริการ โดยสามารถเช็คตารางเดินรถบัสได้จาก  http://benesse-artsite.jp/en/access/

ส่วนมินิมาร์ทบนเกาะก็อยู่ในละแวกนี้ แนะนำให้ซื้อขนม อาหารตุนกันไว้เลย เพราะถ้าพ้นเขตนี้แล้วจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยจริงจัง แทบไม่มีร้านค้าเลย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เมื่อเดินทางต่อไปอีกนิดจะเจอกับงานประติมากรรมของ Sou Fujimoto ตั้งอยู่ริมฝั่งที่ติดกับทะเล ชอบมาก อยากขี่กลับมาดู Lighting ตอนกลางคืน ต้องสวยแน่ๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

img_8105-1

แต่ด้วยความที่ไกลจากที่พักคืนนี้ของเรามากโข บวกกับจักรยานตีนถีบบนทางขึ้นลงเขาในความมืด เลยต้องขอบาย หลังจากนั้นเราปั่นจักรยานขึ้นเขาเพื่อไป Chi Chu Art Museum ทางชันมาก รวบรวมพลังจากกล้ามน่องที่มี ปั่นมันเข้าไป แบกสัมภาระ เหนื่อย หอบลิ้นห้อย

ข้อดีของการปั่นจักรยานคือจะแวะพัก ดูวิวตรงไหนก็ได้

1322

ลากตัวเองจนมาถึง Chi Chu Art Museum จนได้ ที่นี่ออกแบบโดย Tadao Ando เป็นอาคารที่สร้างขึ้นอยู่ใต้ดินภายในเนินเขา จึงไม่ทำลายทัศนียภาพดั้งเดิมของที่นี่ อยากไปเห็นมาก เมื่อไปถึงปรากฏว่าตั๋วหมดแล้ว เนื่องจากวันนี้คนเยอะมาก ถ้ามาวันที่นักท่องเที่ยวเยอะ ขอให้ทำใจเผื่อไว้ด้วยอาจเก็บสถานที่ได้ไม่หมดตามเป้า หลังจากแห้วจากที่นี่ เราจึงปั่นจักรยานต่อไปที่ “Lee Ufan Museum” ( เวลาเปิด- ปิด 10.00 – 17.00 น.) ซึ่งอยู่ในอาณาเขตใกล้เคียงกัน เนื่องจากมีบัตร Passport แล้วจึงเข้าฟรี

14

“Lee Ufan Museum” เป็นพิพิธภัณฑ์ของศิลปินชาวเกาหลี ตัวอาคารออกแบบโดย Tadao Ando ผลงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์เป็นงานที่น้อยๆ นิ่งๆ ควบคู่อยู่กับสถาปัตยกรรมแบบมินิมอลของ Ando สเปซโล่งๆ เน้นความสงบและสวยงามของธรรมชาติ อากาศ ท้องฟ้าของที่นี่ เมื่อเดินออกมานอกอาคารก็จะเจอแลนด์สเคปโล่งๆที่หันหน้าออกชายหาด เปิดมุมมองให้เห็นวิวทะเลสุดลูกหูลูกตา

17

16

ด้วยเวลาที่ใกล้มืดแล้ว เราเลยต้องเคลื่อนตัวไปเป้าหมายต่อไป คือที่พักคืนนี้ เลือกพักที่ Tsutsuji – So ซึ่งจองไว้ล่วงหน้า เราเลือกนอนในรถบ้าน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3 คัน ที่นี่มีบ้านพักและกระโจมสำหรับหมู่คณะด้วย ดูรายละเอียดที่พักได้ที่ https://www.tsutsujiso.com

img_8394-1

บรรยากาศภายในรถนอน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หน้าบ้านมีโต๊ะ เก้าอี้ ไว้นั่งชิล นั่งกินข้าว วิวที่นี่หันหน้าออกชายหาดฝั่งทิศตะวันตก เหมาะกับการดูพระอาทิตย์ตกดิน บรรยากาศดีมาก ให้ 5 ดาว

25

สำหรับมื้อเย็น เราเลือกความง่ายไว้ก่อน ซื้อราเม็งสำเร็จรูปของที่พัก แค่นี้ก็อร่อยแล้ว เพราะหิวมาก!
(ร้านอาหารแถวนี้มีน้อยและปิดเร็ว ตอนกลางคืนเดินทางลำบากถ้าไม่มีรถส่วนตัว เงียบมากจริงๆ)
อากาศคืนนี้น่าจะเลขตัวเดียวนะ หนาวมาก ห้องน้ำที่นี่มีน้ำอุ่นให้บริการ โดยต้องหยอดเหรียญเอา

img_8104-1

ที่หน้ารถบ้านมีติดป้าย ระวังแรคคูน ด้วย อยู่ไหนนะ อยากเห็น

เช้าวันรุ่งขึ้น ตื่นมากับความหนาว

31

ออกไปเดินเล่นรอบๆที่พัก ที่พักสามารถเดินเลาะหาดไปทะลุ Beness House Meseum ได้ เลยเดินไปทักทายฟักทองเหลือง Yellow Pumpkin ผลงานของ Yayoi Kusama แลนด์มาร์คประจำเกาะนี้ซักหน่อย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

แล้วก็เดินกลับไปกินข้าวเช้าของที่พัก

OLYMPUS DIGITAL CAMERA กินเสร็จก็เดินไป Beness House Museum อีกครั้ง ( เวลาเปิด-ปิด 8.00 – 21.00 น,) เข้าฟรีเพราะมีบัตร Passport

Processed with VSCO with c1 preset

“Beness House Museum” เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะ, ที่พัก , ร้านอาหาร, คาเฟ่, ร้านขายของที่ระลึก มีพื้นที่กว้างขวางและสวยงาม ถูกออกแบบโดย Tadao Ando อีกเช่นกัน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ร้านอาหารที่หันหน้าออกไปเจอวิวทะเล

41-1OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ที่พักก็หันหน้าออกทะเลเช่นกัน บรรยากาศที่นี่เงียบ สงบ เป็นส่วนตัว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

  • ภายในส่วนพิพิธภัณฑ์ มีผลงานจัดแสดงจากศิลปินทั่วโลก และในบางส่วนห้ามถ่ายภาพ
  • ร้านขายของที่ระลึกของที่นี่ดีงามมาก อยากกวาดกลับบ้านให้หมด ถ้าเงินไม่หมดซะก่อน
    เราได้ผ้าเช็ดหน้า, กระเป๋าผ้า, พวงกุญแจฟักทองเหลือง น่ารักมั้ยยยย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หลังจากช้อปปิ้งเล็กๆน้อยๆ ก็เดินกลับที่พัก เก็บสัมภาระ เช็คเอ้าท์ ขี่จักรยานกลับไปท่าเรือ Miyanoura เพื่อขึ้นเรือข้ามไปเกาะ Teshima เราซื้อตั๋วไปลงท่า IEURA ที่เกาะ Teshima รอบ 12.10 น. มีเวลารอขึ้นเรือเกือบชั่วโมงเลยเดินไปซื้ออาหารกลางวันที่มินิมาร์ท และเดินไปดูโรงอาบน้ำ Naoshima Bath “ I Love Yu”

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

63-1

12.10 น. ได้เวลาเรือออก ลำนี้เป็นเรือสปีดโบ๊ท ขนาดเล็กกว่าเรือตอนขามา ใช้เวลาประมาณ 22 นาทีจึงถึงเกาะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

คราวนี้เราตัดสินใจใช้บริการรถบัส  เนื่องจากสัมภาระเยอะ และเป้าหมายที่เล็งไว้แต่ละที่ค่อนข้างไกลกัน บวกกับเวลาแค่ครึ่งวันบนเกาะ เพื่อความไม่เครียด การปั่นจักรยานลากเลือดคงไม่เหมาะกับวัยรุ่นตอนปลายอย่างเรา สามารถดูตารางเดินรถบัสได้ที่ท่าเรือเลย ในใบจะมีเวลาพร้อมค่าใช้จ่ายบอกไว้ครบถ้วน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จุดหมายแรกที่ตั้งใจไปมากๆคือ “Teshima Art Museum” ออกแบบโดย Rei Naito เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตัวอาคารถูกออกแบบให้คล้ายกับหยดน้ำขนาดยักษ์ มีช่องเปิดรูปวงรีที่ด้านบน เพื่อให้เชื่อมต่อกับธรรมชาติด้านนอกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งคนที่เข้ามาในนี้ก็จะได้รสสัมผัสที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาด้วย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เรานั่งรถบัสจากท่าเรือ IEURA ใช้เวลา 15 นาที แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที เวลาเปิด-ปิด ของที่นี่จะเปลี่ยนตามฤดูกาล ค่าเข้า 1540 เยน แต่บัตรหมดอีกแล้ว เนื่องจากวันที่เราไปตรงกับช่วงวันหยุดของวันวัฒนธรรมแห่งชาติของญี่ปุ่นพอดี ( 3 พ.ย.) นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจึงเยอะมาก นอกจากเช็ควันหยุดประจำปีของชาติเราแล้ว ควรเช็ควันหยุดประจำปีของประเทศที่เราไปด้วย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หลังจากแห้วจากที่นี่เราจึงเดินทางไป “Les Archives du Coeur” (ห้องเก็บเสียงหัวใจ) ด้วยรถบัส ลงป้ายท่าเรือคาระโตะ แล้วเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที ระหว่างทางก็จะเดินผ่านงานศิลปะ No one wins – Multibasket
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ถึงแล้ว “Les Archives du Coeur” (ห้องเก็บเสียงหัวใจ) ค่าเข้า 510 เยน (มีบัตร Passport ไม่ต้องเสียค่าเข้านะ)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ความน่าสนใจของที่นี่คือ เป็นบ้านไม้หลังเล็กริมทะเลที่รวบรวมเอาเสียงเต้นหัวใจของคนทั่วโลกมาเก็บบันทึกและจัดแสดง เมื่อเดินเข้าไปในห้องจัดแสดง จะเจอกับความมืดสนิท  และมีห้อยไฟสีแดงที่จะกระพริบตามเสียงเต้นหัวใจ ตุบ! ตุบ! ตุบ! เข้าไปยืนอยู่ในนั้นแล้วรู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นหัวใจของบุคคลนั้นๆ มันบีบๆ รู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย อยู่ได้พักนึงเลยขอเดินออกมา พอออกมาข้างนอกห้อง จะเจอกับหน้าต่างกระจกใสที่หันหน้าออกให้เห็นสีฟ้าของทะเลและท้องฟ้า

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

img_8108-1

ข้างๆห้องจัดแสดงจะมี 2 ห้องเล็กๆ เป็นห้องที่ไว้ให้บันทึกเสียงหัวใจของเราเอง ค่าบริการ 1540 เยน อีกห้องเป็นห้องฟังเสียงหัวใจของคนที่มาบันทึกไว้ เสร็จสิ้นภารกิจ ยังพอมีเวลาเหลือให้เดินกลับแบบไม่ต้องเร่งรีบมากนัก

วิวระหว่างทางเดินกลับไปขึ้นรถบัส

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ระหว่างรอรถบัส เลยได้ไอติมมาคนละโคน

img_8092-1

ป้าขายไอติมก็มานั่งผึ่งลมอยู่ข้างๆ พร้อมหมาฟรุ๊งฟริ๊ง

86-1

ได้เวลานั่งรถบัสกลับไปท่าเรือ IEURA รอบ 16.25 น. ถึงท่าเรือ UNO เวลา 16.50

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จากนั้นเดินไปเอากระเป๋าที่ล็อคเกอร์ในสถานี UNO และเดินทางกลับเข้าโอซาก้า คืนนี้นอนที่โอซาก้า วันรุ่งขึ้นเตรียมเดินทางไป Maiko เพื่อไปดู Water Temple และ Awaji Yumebuta

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

โปรดติดตาม ตอนต่อไป  😀

T.


ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลที่ดีและเป็นประโยชน์จากหนังสือ KAGAWA MEMORIES วันเวลาในคางาวะ โดย วรรณวนัช บูรพาเดชา

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s